ป้ายโฆษณา

พระสมเด็จ

Phrasomdej.in.th ศูนย์รวมพระสมเด็จ และแหล่งเรียนรู้ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น สำหรับผู้ศรัทธา สมเด็จพระพุฒาจารย์ โต พรหมรังสี

Thai Chinese (Simplified) English Japanese Korean

เข้าสู่ระบบสมาชิก



หาพระที่คุณต้องการใน...ร้านพระสมเด็จไทย

พระเด่นร้านพระสมเด็จไทย

Featured Links:
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา

เปิดเว็บ 8/12/09 ผู้เยี่ยมชม

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้74
mod_vvisit_counterเมื่อวาน541
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้1552
mod_vvisit_counterสัปดาห์ก่อน385
mod_vvisit_counterเดือนนี้6625
mod_vvisit_counterเดือนก่อน47554
mod_vvisit_counterทั้งหมด1716712

วันที่ : 20 มิ.ย. 2013

ผู้เยี่ยมชมขณะนี้

เรามี 231 บุคคลทั่วไป และ 1 สมาชิก ออนไลน์

สมาชิกที่เข้าระบบวันนี้

Users

Most active users today from total of 8:
ManStyle, แสงชัย สืบวงษ์, bookeem, sorachian, Jongkid, adrojerzaz, GralmOvally, entailm


Statistics

สมาชิก : 4507
Content : 586
เว็บลิงก์ : 6
จำนวนครั้งเปิดดูบทความ : 892563

JoomlaWatch Agent

JoomlaWatch Stats 1.2.9 by Matej Koval

พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ / พิมพ์ฐานแซม / พิมพ์เกศบัวตูม

พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ / พิมพ์ฐานแซม / ...

พระสมเด็จวัดพระแก้วพิมพ์พระประธานกังไส / พิมพ์สมเด็จทรงฉัตร

พระสมเด็จวัดพระแก้วพิมพ์พระประธานกังไส / พิมพ์สมเด็จทรงฉัตร...

พระสมเด็จตะกั่วห่อชาวัดลครทำพิมพ์ใหญ่ / พิมพ์สามเหลี่ยม / พิมพ์อกครุฑ

พระสมเด็จตะกั่วห่อชาวัดลครทำพิมพ์ใหญ่ / พิมพ์สามเหลี่ยม / ...

พระสมเด็จวัดไชโยพิมพ์หกชั้นอกกว้าง / พิมพ์เจ็ดชั้น

พระสมเด็จวัดไชโยพิมพ์หกชั้นอกกว้าง / ...

พระสมเด็จบางขุนพรมพิมพ์ใหญ่ / พิมพ์ใหญ่ (คะแนน) / พิมพ์อกครุฑ

พระสมเด็จบางขุนพรมพิมพ์ใหญ่ / พิมพ์ใหญ่ (คะแนน) / ...

พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ชานหมาก / พิมพ์เจดีย์ / พิมพ์ปรกโพธิ์

พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ชานหมาก / พิมพ์เจดีย์ / ...

พระสมเด็จวัดระฆังปิดทองล่องชาดพิมพ์ทรงเจดีย์ / พิมพ์อกครุฑ / พิมพ์เกศบัวตูม

พระสมเด็จวัดระฆังปิดทองล่องชาดพิมพ์ทรงเจดีย์ / พิมพ์อกครุฑ / ...

พระสมเด็จวัดพระแก้วพิมพ์ใหญ่ทรงฉัตรมวลสาร / พิมพ์ทรงครุฑเบญจสิริ

พระสมเด็จวัดพระแก้วพิมพ์ใหญ่ทรงฉัตรมวลสาร / ...

พระสมเด็จวัดพระแก้วพิมพ์ใหญ่วรรณะชมพู / พิมพ์ใหญ่แร่เหล็กใหล

พระสมเด็จวัดพระแก้วพิมพ์ใหญ่วรรณะชมพู / ...

พระสมเด็จตะกั่วห่อชาวัดลครทำพิมพ์ฐานคู่ / พิมพ์ฐานแซม / พิมพ์ทรงประมูล

พระสมเด็จตะกั่วห่อชาวัดลครทำพิมพ์ฐานคู่ / พิมพ์ฐานแซม / ...

พระสมเด็จบางขุนพรมพิมพ์เส้นด้าย / พิมพ์สังฆาฏิ / พิมพ์ฐานแซม / พิมพ์สามเหลี่ยม

พระสมเด็จบางขุนพรมพิมพ์เส้นด้าย / พิมพ์สังฆาฏิ / พิมพ์ฐานแซม / ...

พระสมเด็จวัดพระแก้วพิมพ์ใหญ่วรรณม่วง / พิมพ์ใหญ่แร่รัตนชาติ

พระสมเด็จวัดพระแก้วพิมพ์ใหญ่วรรณม่วง / ...

http://phrasomdej.in.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/944299________________1.jpg
http://phrasomdej.in.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/963085__________________1.jpg
http://phrasomdej.in.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/200305_____________________1.jpg
http://phrasomdej.in.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/765826_____________________2.jpg
http://phrasomdej.in.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/882171__________________1.jpg
http://phrasomdej.in.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/714657____________.jpg
http://phrasomdej.in.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/957070___________________________1.jpg
http://phrasomdej.in.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/836441________________2.jpg
http://phrasomdej.in.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/915432__________________2.jpg
http://phrasomdej.in.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/921667_____________________5.jpg
http://phrasomdej.in.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/167703_____________________4.jpg
http://phrasomdej.in.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/254220____________2.jpg
http://phrasomdej.in.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/751983___________________________2.jpg
http://phrasomdej.in.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/119555_____________________3.jpg
News Image

...

News Image

...

News Image

...

News Image

...

News Image

...

News Image

...

News Image

...

News Image

...

News Image

...

News Image

...

News Image

...

News Image

...

News Image

...

News Image

...

คาถาบูชาสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย กวินทร์   
วันศุกร์ที่ 29 มกราคม 2010 เวลา 00:11 น.


?????????? ????


คาถาสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี

พุทธมังคลคาถา ?หรือเรียกว่า คำนมัสการบูชาพระอรหันต์แปดทิศ

สัมพุทโธ ทิปะทัง เสฏโฐ นิสินโน เจวะ มัชฌิเม

โกณฑัญโญ ปุพพะภาเค จะ อาคเณยเย จะ กัสสะโป

สารีปุตโต จะ ทักขิเณ หะระติเย อุปาลิ จะ

ปัจฉิมเมปิ จะ อานันโท พายัพเพ จะ คะวัมปะติ

โมคคัลลาโน จะ อุตตะเร อีสาเนปิ จะ ราหุโล

อิเม โข มังคะลา พุทธา สัพเพ อิธะ ปะติฏฐิตา

วันทิตา เต จะ อ้มเหหิ สักกาเรหิ จะ ปูชิตา

เอเตสัง อานุภาเวนะ สัพพะโสตถี ภะวันตุ โน

?

อิจเจวะมัจจันตะนะมัสสะเนยยัง

นะมัสสะมาโน ระตะนัตตะยัง ยัง

ปุญญาภิสันทัง วิปุลัง อะลัตถัง

ตัสสานุภาเวนะ หะตันตะราโยฯ?


  • หมายเหตุ: พุทธมังคลคาถานี้ หรือเรียกว่า คำนมัสการบูชาพระอรหันต์แปดทิศ

ล้วนแต่มีฤทธิ์ทุกองค์ เป็นมหาเถระผู้ยิ่งใหญ่ในทางพระพุทธศาสนา เมื่อทำการสวดบูชาแล้ว ย่อมจะมีลาภผลเป็นมิ่งมงคล และปราศจากอันตราย ถ้าจะสวดแบบธรรมดาก็ได้ โดยหัวหน้ากล่าวนำ หันทะ มะยัง พุทธะมังคละคาถาโย ภะณามะเส


คาถาบูชาพระสมเด็จ

ปัตตะกาโม ลาภะ ปัตตัง ธะนะ กาเม ลาภะ ธะนัง อัตถิกาเย กายะ ญายะ เทวานัง ปิยะตัง สุตะวา อารธนาพระสมเด็จ

โตเสนโต วะระธัมเมนะ โตสัฏฐาเน สิเว วะเร โตสัง อะกาสิ ชันตูนัง โตสะจิตตัง นะมามิหัง อิติปิโสภะคะวา ยะมะราชาโน ท้าวเวสสุวัณโณ มรณังสุขัง อะระหังสุคะโต นะโมพุทธายะ


คาถาสืบสร้างทางสวรรค์และนิพพาน

พุทธะ พุทธา พุทเธ พุทโธ พุทธัง อะระหัง พุทโธ อิติปิโส ภะคะวา นะโมพุทธายะ


คาถาชินบัญชร

พระคาถานี้เป็นคาถาศักดิ์สิทธิ์ตกทอดมาจากลังกา ท่านเจ้าประคุณสมเด็จฯค้นพบในคัมภีร์โบราณและได้ดัดแปลงแต่งเติมให้ดีขึ้น เป็นเอกลักษณ์พิเศษ ผู้ใดสวดภาวนาพระคาถานี้เป็นประจำสม่ำเสมอจะทำให้เกิดความสิริมงคลแก่ตนเอง ศัตรูไม่กล้ากล้ำกราย มีเมตตามหานิยม ขจัดภัยตลอดจนคุณไสยต่างๆ เพื่อให้เกิดอานุภาพยิ่งขึ้น ก่อนเจริญภาวนาให้ตั้งนะโม ๓ จบ แล้วระลึกถึงและตั้งคำอธิษฐานว่า


ปัตตะกาโม ลาภะ ปัตตัง ธะนะ กาเม ลาภะ ธะนัง อัตถิกาเย กายะ ญายะ เทวานัง ปิยะตัง สุตะวา


เริ่มบทพระคาถาชินบัญชร

1. ชิยาสะรากะตา พุทธา เชตะวา มารัง สะวาหะนัง จะตุสัจจา สะภัง ระสัง เย ปิวิงสุ นะราสะภา.

2. ตัณหังกะราทะโย พุทธา อัฏฐาวีสะติ นายะกา สัพเพ ปะติฏฐิตา มัยหัง มัตถะเก เต มุนิสสะรา.

3. สีเส ปะติฏฐิโต มัยหัง พุทโธ ธัมโม ทะวิโล จะเน สังโฆ ปะติฏฐิโต มัยหัง อุเร สัพพะคุณากะโร.

4. หะทะเย เม อุนุรุทโธ สารีปุตโต จะ ทักขิเณ โกณฑัญโญ ปิฏฐิภาคัสมิง โมคคัลลโน จะ วามะเก.

5. ทักขิเณ สะวะเน มัยหัง อาสุง อานันทะราหุลา กัสสะโป จะ มะหานาโม อุภาสุง วะมะโสตัตเก.

6. เกสันเต ปิฏฐิภาคัสมิง สุริโย วะ ปะภังกะโร นิสันโน สิริสัมปันโน โสภิโต มุนิปุงคะโว.

7. กุมาระกัสสะโป เถโร มะเหสี จิตตะวาทะโก โส มัยหัง วะทะเน นิจจัง ปะติฏฐาสิ คุณากะโร.

8. ปุณโณ อังคุลิมาโล จะ อุปาลี นันทะสีวะลี เถรา ปัญจะ อิเมชาตา นะลาเต ติละกา มะมะ.

9. เสสาสีติ มะหาเถรา วิชิตา ชินะสาวะกา เอเตสีติ มะหาเถรา ชิตะวันโต ชิโนระสา

ชะลันตา สีละเต เชนะ อังคะมังเคสุ สัณฐิตา.

10. ระตะนัง ปุระโต อาสิ ทักขิเณ เมตตะสุตกัง ธะชังคัง ปัจฉะโต อาสิ วาเม อังคุลิมาละกัง.

11. ขันธะโมระปะริตตัญจะ อาฏานาฏิยะ สุตตะ กัง อากาเส ฉะทะนัง อาสิ เสสา ปาการะสัณฐิตา.

12. ชินานานาพะละสังยุตตา สัตตะปาการะลังกะตา วาตะปิตตาทิสัญชาตา พาหิรัชฌัตตุปัททะวา.

13. อะเสสา วินะยัง ยันตุ อะนันตะชินะเตชะสา วะเสโต เม สะกิจเจนะ สะทา สัมพุทธะปัญชะเร.

14. ชินะปัญชะระมัชฌัมหิ วิหะรันตัง มะหีตะเล สะทา ปาเลนตุ มัง สัพเพ เต มะหาปุริสา สะภา อิจเจวะมันโต สุคุตโต สุรักโข ชินานุภาเวนะ

ชิตุปัททะโว ธัมมานุภาเวนะ ชิตาริสังโฆ สังฆานุภาเวนะ ชิตันตะวาโย สัทธัมมานุภาวะปาลิโต จะรามิชินะปัญชะเรติ.



คาถาบูชาพระสมเด็จโต
เมื่อได้พระสมเด็จมา ให้กระทำพิธีบูชาพระสมเด็จ โดยใช้ ธูปหอม9ดอก , เทียนขาวหนัก1บาท9เล่ม ,ดอกบัวหลวง9ดอก , และดอกมะลิ1พาน

วิธีบูชา : ให้จุดธูปเทียน ถวายดอกไม้ต่อพระสมเด็จ แล้วกล่าวคาถาดังนี้
ปุตตะกาโมละเภปุตตัง ธะนะกาโมละเภธะนัง
ธะนะโภคังภะวันตุเม อัตถิกาเยกายะญายะ
เทวานังปิยะ ตังสุตตะวา

จบแล้วอ่านพระคาถาชินบัญชร 1 จบ (และต้องท่องหรืออ่านก็ได้ ตลอดไปทุกวัน)

*** คาถาอาราธนาพระสมเด็จพกพาขึ้นคอ ***
(คาถานี้สำคัญมากครับ ทุกครั้งที่อาราธนาท่านขึ้นคอ ให้กล่าวดังนี้)

โตเสนโต วะระธัมเมนะ
โตสัฏฐาเน สิเววะเร
โตสังอะกาสิ ชันตูนัง
โตสะจิตตัง นะมามิหัง


ปล. ขอขอบพระคุณ หนังสือ ทีเด็ด..พระสมเด็จ2 ของท่าน อ.พน นิลผึ้ง ศ.บ. (หน้า308)
ปล.2 ส่วน...พระคาถาชินบัญชร ผมจะนำมาลงให้ในลำดับต่อๆไปครับ....

แก้ไขล่าสุด ใน วันจันทร์ที่ 16 เมษายน 2012 เวลา 14:13 น.
 
ความคิดเห็น (13)
1 วันจันทร์ที่ 08 มีนาคม 2010 เวลา 16:21 น.
คงภัค
ใช้พระคาถามงกุฎพระพุทธเจ้าอารธนาพระสมเด็จฯแทนได้ไหมครับ
2 วันจันทร์ที่ 04 เมษายน 2011 เวลา 17:22 น.
พัฒน์พิสินี
ขอบคุณมากคะ
3 วันเสาร์ที่ 29 ตุลาคม 2011 เวลา 10:50 น.
อริยะ
ขอบคุณคับ มีใครรุ้มังว่า สมเด็จ รุ่นไรมี ร.5 อยู่ข้างหลัง ครับ
4 วันอังคารที่ 24 มกราคม 2012 เวลา 18:52 น.
ขวััญเรือน
ตอนนี้สวดพระคาถาชินบัญชรได้แล้วค่ะแต่มีความทุกข์ค่ะคือว่า บทสวดบูชาพระสมเด็จพุทฒาจารย์โตมีหลายแบบจังค่ะ แล้วบทสวดบูชาพระอรหันต์ทั้งแปดทิศเราจะวางช่วงสวดไว้ตอนสวดช่วงไหนดีล่ะคะ คือ สวดต่อจากสวดชินบัญชรหรือสวดก่อนบทสวดมนต์บทไหนล่ะคะ และผู้ที่เริ่มศึกษาธรรมปฎิบัติคิดจะฝึกสวดได้ไหมคะ ขอบคุณทุกท่านที่ให้ข้อมูลความรู้ค่ะ
5 วันจันทร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2012 เวลา 23:45 น.
กนิษฐา
หนูก้อสวดชินบัญชรทุกคืนค่ะหนูได้คำแนะนำมาจากอาจารย์ค่ะท่านบอกว่าการสวดมนต์ให้สวดบทไหนก้อได้หนูเลยลองศึกษาคาถาชินบัญชรค่ะหนูตั้งใจสวดทุกคืนค่ะสวดก่อนนอนหรือสวดเวลาจะเดินทางไปไหนมาไหนจะได้ปลอดภัยค่ะตั้งแต่ที่หนูได้สวดมนต์ชินบัญชรทุกคืนก้อรู้สึกว่ามีสิ่งศักดิ์สิทธิหรือได้พบเจอสิ่งดีๆค่ะที่สำคัญจิตใจเราต้องพร้อมที่จะตั้งใจสวดนะค่และจิตจะต้องแน่วแน่และมีสมาธิด้วยค่ะทุกคืนเวลาหนูสวดมนต์หนูจะแผ่เมตตาและก้อกรวดน้ำอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลที่ได้จากการสวดมนต์ด้วยค่ะ
6 วันอาทิตย์ที่ 03 มิถุนายน 2012 เวลา 13:49 น.
คำรณ
ขอบคุณครับ
7 วันเสาร์ที่ 04 สิงหาคม 2012 เวลา 17:55 น.
Mr.zeiss
เมื่อผมมีโอกาสได้กลับเนื้อกลับตัวเป็นคนดี ผมไดอธิฐานขอใช้พระคาถาชินบัญชรท่ีวัดระฆัง ถวายเครื่องไหว้ครู ในวันพฤหัส ท่องบทสวดพระคาถาชินบัญชรต่อหน้ารูปเหมืิอนสมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี 1 จบ แล้วเดินขึ้นไปท่ีโบสถ์ท่องบทสวดพระคาถาชินบัญชร ต่อหน้าองค์พระประธานอีก 1 จบ นั่งทำสมาธิในโบสถ์สักครู่ใหญ่ เสร็จแล้วก็ลงมาทำบุญ เรียบร้อยจึงลากลับ
หลังจากกลับมาก็ได้หมั่นท่องบทสวดพระคาถาชินบัญชร จนมีความแม่นยำโดยไม่ต้องกางบทสวดอีกต่อไป และสิ่งท่ีไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นกับผม เมื่อได้รับโทรศัพท์จากเพื่อน คือพ่อตาเพื่อนได้เสียชีวิตลงอย่างสงบ(นอนหลับไปแล้วไม่ตื่นขึ้นมาอีกเลย)
ทิ้งพระเครื่องไว้ให้เป็นพันองค์ ให้ผมช่วยไปคัดเลือกหน่อย หนึ่งในนั้นมีพระสมเด็จวัดระฆังลงรักหนาอยู่ 1 องค์ แห้งมากๆ
มีลักษณะเป็นเสี้ยน แห้งเป็นขยุ้มๆ มีรอยกระเทาะบนเส้นซุ้มมองเนื้อในขาวหนึบ ผมจึงบอกเพื่ิอนไปตามตรงว่าเป็น "พระสมเด็จวัดระฆัง" เพื่อนหยิบพระขึ้นดูสักครู่ก็พูดว่า พระสมเด็จวัดระฆังเหรอ "งั้นมึงเอาไปเลย" ผมงงมากทำไมเพื่ิอนมาให้สิ่งท่ีมีค่ากับผมง่ายๆแบบนี้ แล้วเพื่ิอนก็หยิบพระสมเด็จท่ีมีสีหลายสีดูเก่าคร่ำองค์หนึ่ง ดูเก่าแห้งองค์หนึ่ง ถามผมว่าเป็นสมเด็จอะไร ผมตอบว่าไม่รู้ เพื่อนก็ให้มาอีก แต่ผมรู้สึกเฉยๆ มารู้ตอนหลังว่าเป็น"พระสมเด็จเบญจสิริ"เกิดอยากพิสูจน์ความแท้ด้วยการเปิดผิว พื้นผิวเหมือนอยู่บนหิ้งนาน จนคร่ำฝุ่นจับหนาแต่เหมือนเปียกน้ำ ผมจึงทำพิธีขอขมาดวงวิญญานองค์สมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังษี และคณะผู้จัดสร้าง บอกถึงวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดความ สวยงามเป็นท่ีถูกตา ต้องใจแก่ผู้พบเห็น
ลงมือแช่น้ำร้อน ปัดด้วยพู่กันเบอร์10 ตัดสั้นให้ขนแข้งหน่อย ใช้เวลานานพอสมควรคราบท่ีเกาะแน่นค่อยๆหลุดออกเห็นประกายทองระยิบ ระยับ ผมหยิบพระขึ้นส่องด้วยกล้องzeissขนาด 10x เห็นสะเก็ดทองคำแท้ทั่วองค์ ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง พิมพ์พระเป็นแบบสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ยุคกลาง สังเกตุเห็นรอยแตกราน รอยยุบ รอยมวลสารหลุดแบบสมเด็จวัดระฆัง ตัดข้างเป็นแบบตอกตัด ด้านหลังมีรอยปาดขวางบางๆ สีขององค์พระมีหลายสี แต่ไม่สดสีออกมอๆ ดูเก่าครับ.
ส่วนอีกองค์เป็นพิมพ์ปรกโพธิ์ใหญ่ คือใหญ่กว่าสมเด็จพิมพ์ใหญ่พอสมควร มีฝ้ากรุจับหนาพอสมควร ลักษณะแห้งมากๆ มีรอยรานตื้นๆ ท่ีด้านหน้าองค์พระครับ ผมขอจบบรรยายแค่นี้ก่อนนะครับ.
หมายเหตุ ตลอดชีวิตไม่เคยคิดว่าจะมีโอกาสได้ครอบครองของสูงค่าถึงเพียงนี้
8 วันอังคารที่ 04 กันยายน 2012 เวลา 11:41 น.
ภคภพ
ไม่ทราบว่ามีพระสมเด็จที่สมเด็จโตสร้างระลึกถึงท่านอาจารย์แสงวัดมณีชลขันธ์ ลพบุรี รึป่าวครับ
9 วันเสาร์ที่ 01 ธันวาคม 2012 เวลา 09:52 น.
ศัทธา
ท่านเสด็จมาโปรดแล้วครับ สำหรับผู้ทำดี
10 วันอังคารที่ 26 กุมภาพันธ์ 2013 เวลา 08:25 น.
สุรศักดิ์ เมฆศรี
ขอบคุณครับ จะเอาไว้เผยแพร่ให้บุคคลทั่วไปใช้
11 วันศุกร์ที่ 01 มีนาคม 2013 เวลา 12:16 น.
ตั้มคุง ฟรีสไตล์
ขอบคุณมากๆคับ
12 วันอาทิตย์ที่ 05 พฤษภาคม 2013 เวลา 16:57 น.
PNS ผู้ศึกษาธรรมเพื่อมุ่งสู่นิพพาน
เหตุการณ์ที่ประสบด้วยตนเอง (เขียน ณ วันที่ ๔ พฤษภาคม ๒๕๕๖)

ในชีวิตของเรา เราเริ่มสวดมนตร์จริงจังทุกวันในช่วงก่อนนอนเริ่มตอนอายุสิบหกปีกว่าๆ ช่วงแรกก็สวดมนตร์บูชาพระพุทธเจ้า บทที่สวด คือ นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (๓ จบ) แปลว่า ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น ซึ่งเป็นผู้ไกลจากกิเลสตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง และมีบทอื่นที่สวดเพิ่มเติม เช่น บทพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ (อิติปิโส ๑๐๘) เป็นต้น ต่อมาอีกประมาณปีหนึ่งที่เริ่มสวดพระคาถาชินบัญชร ของสมเด็จพระพุทธาจารย์ (โต พรหมรังสี) และเราก็ศึกษาอ่านพระไตรปิฎกและหนังสือธรรมะเพิ่มเติมมาตลอด
เรารู้ดีว่าชีวิตของคนมีทั้งสุขและทุกข์ปนกันไป ก็ได้หลักธรรมคำสอนของพระพุทธองค์ไว้เป็นแนวทางประพฤติปฏิบัติมาโดยตลอด ซึ่งชีวิตก็เป็นไปในด้านที่ดี หากช่วงใดมีความทุกข์ แม้ต้องเสียใจร้องไห้ หรือไม่สบายกายเพราะไม่สบาย เราก็คิดถึงพระพุทธเจ้าว่าท่านลำบากกว่าเราตั้งมากมายนัก เป็นถึงเจ้าชายจะอยู่เสวยสุขทั้งชาติก็ได้ แต่ยอมสละตนรับความทุกข์ทรมานทั้งกายและใจกว่าจะเป็นพระพุทธเจ้าได้ก็ใช้เวลาลองผิดลองถูกมา ๖ ปี
เรื่องที่จะเล่าให้เห็นถึงปาฏิหาริย์ที่มีจริงจากการเคารพบูชาท่าน และความศักดิ์สิทธิ์จากภยันตรายที่มองไม่เห็นก็มีอยู่ เช่น สมัยที่เราเรียนปริญญาตรี เรากับเพื่อนอีกคนหนึ่งซึ่งเป็นคนคริสต์ (ซึ่งเพื่อนคนนี้ก็สวดมนตร์เหมือนกันแต่ไม่ทุกวัน แต่ก็เป็นเพื่อนที่ดี) ได้เล่นเชิญ Guardian Angel ของตนเองเพื่อมาพูดคุย (เล่นแบบผีเหรียญ) ของเพื่อนจะเป็นคู่รักในอดีตชาติ แต่ของเราเป็นแม่ในอดีตชาติ ต่างคนต่างผลัดกันเล่นถามคำถามที่อยากรู้ เราจะไม่ลงรายละเอียดส่วนนี้ แต่มีช่วงหนึ่งที่เพื่อนเราถามแม่ในอดีตของเราว่าเขามีตะปูอยู่ในร่างกายไหม แม่ในอดีตบอกว่ามี ๒ ตัว เมื่อเราถามว่าตัวเรามีไหม แม่ในอดีตบอกว่าไม่มี (ที่ถามเนื่องจากว่าเพื่อนเคยเห็นพิธีกรรมแบบนี้มาก่อน)
อีกเรื่องหนึ่ง เมื่อเราอายุประมาณ ๒๓-๒๔ ปี เท่าที่เราจำได้ เพราะความที่เราสวดมนตร์มานานทำให้เวลาเราสวดมนตร์เสร็จแล้วนั่งสมาธิ สักพักจะมีเสียงเคาะให้ได้ยินเป็นช่วงๆ เป็นแบบนี้มาจนถึงปัจจุบันเป็นสิบปีแล้ว (เป็นเสียงแบบเหมือนเราเอามือเคาะกับไม้ เช่น โต๊ะไม้) ซึ่งเราก็เคยส่งกระแสจิตและมีทั้งถามปากเปล่าว่าเขาเป็นใครต้องการอะไร แต่เราก็ไม่สามารถสื่อสารอะไรกับเขาได้เลย เคยเชิญให้เข้าฝัน ก็ไม่เคยฝันว่าจะมีใครมาขอความช่วยเหลือใดๆ จนเราเองจนปัญญา วันหนึ่งเราเลยเล่นแบบผีเหรียญเผื่อเชิญเขามาได้ แต่ก็ล้มเหลว มีเสียงเคาะ แต่เขาไม่เข้าเหรียญ เราก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาไม่เข้ามาเผื่อจะสื่อสารกันได้ (เราเคยเห็นเพื่อนเราคนหนึ่งสามารถเล่นผีเหรียญเพียงคนเดียวแล้วเรียกวิญญาณที่คุ้มครองเขามาได้)
จนในที่สุด เมื่อวันที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๕๖ วันหนึ่งเราได้ไปหาปู่ฤาษีท่านหนึ่ง (ร่างทรง) กับพี่ที่ทำงานด้วยกัน เพราะมีเรื่องสงสัยอยากถามเกี่ยวกับเสียงที่เคาะว่าเขาเป็นใคร ต้องการอะไร และจะถามเกี่ยวกับธรรมมะด้วย เพราะพี่ที่ทำงานบอกว่า ปู่เป็นเทพที่เป็นหัวหน้าเทพแต่เคารพในพระพุทธเจ้า เราได้เห็นในส่วนของคนอื่นว่าเวลาปู่ฤาษีเข้าร่างทรงแล้ว และทำพิธีเรียกเทพของบุคคลนั้นๆมาซึ่งไม่รู้ว่าตนเองมีเทพองค์ใด ซึ่งปู่จะสวดภาษาที่ฟังไม่เข้าใจ (เป็นภาษาเทพจริงหรือไม่ เราไม่ทราบ) และมีสวดภาษาไทยด้วย สวดเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น คนที่สวดมนตร์รับก็จะมีอาการที่เรียกว่า “เข้าทรง” แล้วปู่ก็จะถามเทพที่มาเข้าทรงว่าอยากรับร่างนี้หรือไม่ ถ้าอยากรับให้ก้มศีรษะลงมา ซึ่งคนรับก็ก้มศีรษะลงมา เป็นแบบนี้หลายคน และแต่ละคนก็จะสอบถามข้อมูลที่ตนเองอยากรู้ต่างๆกันไป ในส่วนของพี่ที่ทำงานก็เป็นคนที่รับเป็นร่างทรงของเทพมาแล้ว (ปู่บอกเขาว่าเป็นเทพผู้ชายท่านหนึ่งในศาสนาพราหมณ์- ฮินดูซึ่งเป็นชื่อที่คนไทยรู้จักกันดี) ในที่นั้นมีอีกสองคนที่รับร่างทรงแล้วเช่นกัน ซึ่งมีพระโพธิสัตว์หญิงทางจีนด้วยคนไทยก็รู้จักชื่อนี้กันดี แล้วเวลาพูดคุยกันก็จะสื่อสารเป็นภาษาเทพ (ที่เราฟังไม่รู้เรื่อง) ตอนถึงคิวของเรา เราถามปู่ว่าเราอยากรู้ว่าเสียงคนที่เคาะเป็นใคร เขาต้องการอะไร หรือว่าเราคิดไปเอง ซึ่งปู่บอกให้เรานั่งสมาธิ จะเชิญเขามาเข้าร่างเรา เราจะได้ทราบได้ว่าเขาเป็นใคร ซึ่งเราก็ยินดี เมื่อเรานั่งสมาธิ ในใจเราก็สวดพุทโธๆกำหนดลมหายใจที่ปลายจมูก เพื่อทำจิตให้ว่าง ส่วนปู่ก็สวดภาษาเทพและสวดกล่าวภาษาไทยพอสรุปได้ว่า ขอให้เจ้าที่เจ้าทางอนุญาตให้เขาเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นเทพ หรือเป็นวิญญาณใดก็ขอให้เขามาเข้าร่างนี้ หากมาแล้วจะเข้าร่างนี้ให้กดหนักๆให้เรารู้ตัวว่าเขามาแล้ว...... (สวดประมาณนี้ แต่จริงๆพูดครอบไปหลายกลุ่มเทพ และวิญญาณ) ซึ่งปู่สวดซ้ำไปซ้ำมาทั้งภาษาเทพและภาษาไทยซึ่งในแต่ละรอบก็ยาวพอสมควร ราวๆ ๕-๖ รอบเห็นจะได้ ในส่วนของเรา เราก็พยายามทำจิตใจให้ว่าง สวดพุทโธไป และรอว่าเมื่อไรร่างกายเราจะรู้สึกหนักอย่างที่ปู่สวดว่าถ้าเขามาแล้วให้กดหนักๆ ปรากฎว่าตั้งแต่เรานั่งสมาธิจนถึงท้ายพิธีสวดไม่รู้สึกอะไรว่าหนักกายเลย ตอนนั้นก็รออยู่ว่าเมื่อไรจะเข้ามาสักที จนในที่สุด ปู่เลิกสวดและบอกให้พี่ที่ทำงานเราเรียกชื่อเรา เพื่อให้ลืมตาจากสมาธิ พอเราลืมตา ปู่บอกว่า “เขามาแล้ว แต่เข้าร่างไม่ได้ เพราะสวดมนตร์ป้องกันไว้ เขาก็อยู่รอบๆนี่แหละ” และปู่ก็บอกให้ทราบว่าเขาเป็นใคร (ไม่ขอ บอกในที่นี้แต่เป็นวิญญาณดี) ซึ่งตอนนั้นเราก็นึกถึงพระคาถาชินบัญชร ของสมเด็จพระพุทธาจารย์ (โต พรหมรังสี) ขึ้นมาเลย ในการสนทนากับปู่ทำให้เราทราบว่าปู่เองดูจะเป็นวิญญาณดี ที่เรียกวิญญาณเพราะเราไม่รู้ว่าเป็นเทพจริงหรือไม่ หากเป็นเทพแท้เราก็ยินดี ปู่บอกว่าเวลาเราสวดมนตร์จะเกิดรัศมีแสงรอบตัวทำให้เขาเข้าใกล้ไม่ได้ เมื่อสวดมนตร์เสร็จให้แผ่เมตตาให้เขา (ซึ่งปกติเราก็ทำอยู่แล้ว) และเรายังมีคำถามอื่นอีก เช่น จะทำอย่างไรให้พ่อแม่เราหันมาสวดมนตร์นั่งสมาธิ ปู่บอกว่า นั่นเป็นความต้องการของเรามานานแล้ว (ซึ่งเป็นความจริงในจุดนี้ของเรา บอกพ่อแม่แล้วเขาก็ไม่ทำ) ปู่บอกให้เราเมื่อสวดมนตร์แผ่เมตตาก็ให้กับเทพที่ดูแลคุ้มครองพ่อแม่เราด้วย เพื่อให้เขาดลจิตใจพวกท่านให้มาปฏิบัติ เราก็บอกว่าเราก็สวดมนตร์แผ่เมตตาให้กับเทพของเราและของพ่อแม่อยู่แล้ว พวกเขาได้รับไหม ปู่บอกว่าได้รับ และเราถามเรื่องการนั่งสมาธิว่านั่งอย่างไรจะก้าวหน้า ปู่ถามว่าเราอยากนั่งสมาธิเพราะอะไร เราตอบไปว่า อยากรู้ว่าคำสอนของพระพุทธเจ้าที่เราศึกษาเป็นจริงในทางปฏิบัติหรือไม่ ภพภูมิ นรก สวรรค์มีจริงไหม เพราะอ่านได้แต่ปฏิบัติไม่ได้ ก็เท่ากับเรายังพิสูจน์คำสอนของท่านไม่ได้ เราอยากเห็นได้ด้วยตนเอง ปู่บอกให้เราอย่ากล่าวพุทโธแล้วกำหนดลมหายใจที่ปลายจมูก ให้กำหนดยุบหนอ-พองหนอที่ท้องเพราะจะทำให้เรากำหนดสมาธิได้ดีกว่า อย่ามี “ความอยาก” เช่น ความอยากรู้อยากเห็น เพราะจะเป็นตัวปิดกั้นในการทำสมาธิให้จิตสงบ แล้วถ้าทำถูกจะเห็นเอง เรื่องการเห็นภพภูมิเป็นเรื่องเฉพาะตัว และให้ถือศีลห้าข้อ ฯลฯ (ข้อมูลต่างๆที่ปู่กล่าวมาก็ไม่ต่างจากที่พระพุทธเจ้าท่านสั่งสอนไว้) ในการที่เราได้สนทนากับปู่ทำให้เรารู้ว่าปู่เองสามารถรู้บางเรื่องในอดีตของชาตินี้ที่เราทำได้ ดูเหมือนจะอ่านจิตเราได้ แต่ทั้งนี้บางคนรวมทั้งเราอาจคิดว่าสิ่งที่พูดก็สามารถเป็นคำพูดที่เป็นทางจิตวิทยาได้เหมือนกัน เช่น เราถามปู่ว่าเทพของเราชื่ออะไร ปู่ไม่ตอบ ซึ่งพี่อีกคนในที่นั่นบอกว่าปู่ไม่รู้ชื่อเทพหากไม่ได้เชิญลงมาว่าเทพองค์ใดคุ้มครองใคร ปู่บอกว่าถ้าอยากรู้ต้องเชิญลงมาต้องรับองค์ แล้วต้องเปิดตำหนักเพื่อช่วยคนอื่น เราก็บอกว่าเราไม่อยากรับองค์เพื่อทำแบบนั้น ปู่กล่าวทิ้งท้ายว่า อะไรที่ไม่อยากเป็นเดี๋ยวก็ต้องเป็น (สรุป คือ เราก็มีองค์ ว่างั้น)

การที่เราลังเลในเรื่องการรับองค์เทพ เพราะเราเห็นว่าในศาสนาพุทธไม่เคยมีครั้งใดที่พระพุทธเจ้าบัญญัติให้มีการรับองค์ได้ เท่าที่เราได้ศึกษาในพระไตรปิฎก ปรากฎว่าการทำเช่นนั้น เป็นเรื่องที่จะเข้าเป็นติรัจฉานวิชชา (วิชาภายนอกที่ไม่มีประโยชน์ ไม่เป็นทางเพื่อเข้าสู่นิพพาน ซึ่งพระพุทธเจ้าไม่ให้ไปยุ่งเกี่ยว เรื่องรับองค์ทรงเจ้ารับผีไม่มีในศาสนาพุทธ และยังมีลักษณะอื่นอีกมาก ดูได้ที่ “ พระไตรปิฎกเล่มที่ ๙ พระสุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค (๑ พรหมชาลสูตร) มัชฌิมศีล”) เมื่อเราสงสัยเราจึงไปอ่านเว็บไซต์ของศาสนาพราหมณ์-ฮินดูว่ามีเรื่องการรับองค์ทรงเจ้าหรือไม่ ปรากฎว่า ทางเขาก็ไม่มีเช่นกัน และเขาระบุว่าพวกที่รับองค์ที่ว่าเป็นเทพไม่ว่าของไทย ฮินดู จีน ล้วนเป็นเรื่องโกหก เทพแท้ที่อาศัยร่างมนุษย์เพื่อเข้าทรงเพื่อช่วยคน ร่างทรงคนนั้นจะต้องเป็นคนถือศีลกินเจ อยู่ในตำหนักฮินดูของเขาเอง และจะเชิญมาในวันสำคัญทางศาสนาของเขาเท่านั้น ไม่มาเปิดตำหนักข้างนอก ไม่มีการกินเหล้า สูบบุหรี่ กินหมาก หรือออกไปเต้นท่าทางต่างๆว่าเป็นเทพเข้าร่างแล้ว ดังนั้น พวกที่เข้าร่างคนพวกนั้นแท้จริงแล้วเป็นวิญญาณไม่ใช่เทพ (วิญญาณดีที่อยากช่วยมนุษย์จริงๆก็มี แต่ว่าผลบุญของที่ร่างทรงทำไว้จะต้องแบ่งให้วิญญาณพวกนี้ไปด้วย และไม่เป็นการดีที่อยู่ๆร่างหนึ่งร่างจะมารับสองวิญญาณหรือบางคนกล่าวอ้างว่ามีองค์เทพสามถึงสี่คนในร่างตนเองก็มี) เทพแท้ไม่ใช่ทาสที่เชิญมาก็ต้องมาในตอนนั้นทันทีหรือมาได้บ่อยๆ หากพวกพราหมณ์รู้ว่ามีใครกล่าวอ้างเป็นเทพในศาสนาเขา เขาจะสวดมนตร์ทำพิธีขับไล่ร่างทรงนั้น และเขาบอกว่าร่างทรงเกิดอาการทุรนทุรายเนื่องจากไม่ใช่เทพแท้ของเขา (หากใครคิดว่าตนเองแน่มีเทพทางพราหมณ์-ฮินดูจริงลองไปพิสูจน์ตนเองที่วัดแขกน่าจะเป็นการดี นอกจากนี้หากไม่ใช่เทพแท้ของเขา หลักธรรมพระสูตรทางศาสนาเขา เวลาเขาถาม ร่างทรงก็ตอบไม่ได้) เป็นต้น

ดังนั้น ประสบการณ์ดังกล่าวข้างต้น ทำให้เราได้ข้อสรุปว่า

๑. อำนาจพุทธคุณ ธรรมคุณ และสังฆคุณ ในบทสวดมนตร์เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของจริงที่คอยปกป้องคุ้มครองเรามาตลอดเวลา อย่างบทชินบัญชร เป็นการอัญเชิญเหล่าพุทธบารมีของพระพุทธเจ้า ๒๘ พระองค์ พระธรรมต่างๆ และพระอริยสงฆ์สาวก มาเป็นกำแพงแก้วคุ้มครองผู้สวด ๗ ชั้น กันภูตผีปีศาจและคุณไสย ไสยศาสตร์ต่างๆได้ ตามตำรากล่าวอานุภาพของพระคาถาดังนี้ว่า
ผู้ใดได้สวดภาวนาพระคาถาชินบัญชรนี้ เป็นประจำอยู่สม่ำเสมอจะทำให้เกิดความศิริมงคลสมบูรณ์พูนผล ศัตรูหมู่พาลไม่กล้ากล้ำกราย ไปทางใดย่อมเกิดเมตตามหานิยม เกิดลาภผลพูลทวีขจัดภัยจากภูติผีปีศาจ ตลอดจนคุณไสยต่างๆ ทำน้ำมนต์รดแก้สรรพโรคภัย เป็นสิริมงคลแก่ชีวิต มีคุณภาพตามแต่จะปราถนา ดังคำโบราณว่า “ฝอยท่วมหลังช้าง” จะเดินทางไปที่ใดๆ สวด ๑๐ จบ แล้วอธิษฐานจะสำเร็จสมดังใจ
๒. ด้วยเหตุนี้ทำให้เหตุการณ์ด้านคุณไสย หรือวิญญาณใดก็เข้าร่างเราไม่ได้ แม้เราจะยินดีให้เข้ามา เช่น การเล่นแบบผีเหรียญคนเดียว หรือการไปขอให้ปู่เชิญมาให้ก็ตาม
๓. แม้บทสวดคาถาของปู่ก็ไม่อาจทำลายกำแพงแก้วของพระพุทธองค์ได้
๔. บางคนที่อยู่ในพิธี คุยกับเราว่าเขาจะรับองค์ จะถือศีล ๕ เพราะก่อนหน้านี้ทำอะไรไม่ขึ้น เพราะชอบดื่มเหล้า แถมในตัวเขาอาจมีของไม่ดีอยู่ด้วย ซึ่งความจริงไม่ต้องรับองค์ พระพุทธองค์ก็ให้ถือศีล ๕ อยู่แล้ว แต่ชาวพุทธหลายคนไขว้เขว้ทำตนในศีล ๕ ไม่ได้เอง แล้วจะหาสิ่งดีๆมาเข้าตัวได้อย่างไร คิดแต่เพียงว่าต้องรับองค์ ให้องค์ช่วย ให้จำไว้อย่างว่า หากคุณถือศีล ๕ สวดมนตร์ นั่งสมาธิ เท่ากับคุณปูทางสร้างคลื่นพลังงานที่ดีให้อยู่กับคุณอยู่แล้ว แล้วคลื่นพลังงานที่ดีอื่นๆ จะมาหาคุณเอง ทำให้คุณประสบความสำเร็จในทางดีที่สมปราถนาได้ ในทางกลับกัน หากสร้างคลื่นพลังงานไม่ดี เช่น ไม่ถือศีล ๕ คลื่นพลังงานที่ดีก็มาหาคุณได้น้อย เพราะมีคลื่นพลังงานไม่ดีมีมากกว่าคอยกั้นไว้และส่งผลอยู่
๕. หากแม้มีใครบอกว่าคุณ “มีองค์” ต้องไปรับองค์ ขอให้ตอบไปว่า “ใช่ เรามีองค์แล้ว ก็คือ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า” หรือ จะเป็นพระอริยสงฆ์ท่านใดที่คุณนับถือแล้วก็ได้
๖. ฤทธิ์ธานุภาพของพระพุทธเจ้าสูงกว่าองค์เทพใดๆ อยู่แล้ว แล้วคุณจะไปรับ “องค์” ทำไมกัน? เทพ พรหม อรูปพรหมยังต้องเวียนว่ายตายเกิด อีกทั้งคุณจะไม่มีทางรู้ได้เลยว่าเวลาร่างทรงเชิญเทพมาเข้าร่างผู้รับนั้น จะเป็นองค์เทพแท้จริงหรือไม่ เว้นแต่คุณจะเป็นผู้มีฌานวิเศษด้วยตัวเอง คือ รู้ได้ด้วยตนเอง แต่ต้องมั่นใจว่าตนเองไม่รู้แบบหลงคิดไปเอง (ไม่มีร่างทรงคนไหนจะบอกว่าเป็น เทพมาร หรือ มาร หรือ วิญญาณฝ่ายดี หรือ วิญญาณสัตว์เดรัจฉานหรอก แม้ร่างทรงเองก็คงเข้าใจโดยสุจริตใจว่าของตนเป็นองค์เทพแท้) เมื่อคุณเข้าไปที่ใดๆที่เขาทำพิธีกรรมทางทรงเจ้านี้ ไม่ต้องห่วงว่าคุณเป็นคนหนึ่งที่เขาจะบอกว่าคุณมีองค์ หรือไม่ก็บอกว่ามีของไม่ดีอยู่ข้างในตัว ต้องเอาออกก่อนรับองค์ ดังนั้น คุณไม่ใช่คนพิเศษอะไรกว่าใครคนที่ไม่มีคนทักว่ามีองค์
๗. หากเทพแท้ของคุณอยากให้คุณช่วยเหลือจริง ท่านสามารถเข้าฝันคุณได้อยู่แล้ว หรือมาทางสมาธิเมื่อคุณนั่งสมาธิจนเกิดจิตนิ่ง แล้วจิตนั้นจะช่วยให้คุณสื่อสารกับเทพแท้ได้ หรือรู้เห็นภพภูมิอื่นได้ หากกำลังบุญของคุณมากพอ บางคนต้องการให้เทพช่วยหรือแม้พระพุทธเจ้า หรือพระอริยสงฆ์ก็เพียงส่งจิตเราสวดมนตร์ของท่าน ท่านก็ช่วยปัดเป่าบรรเทาให้แล้ว
๘. แท้จริงแล้วเทพแท้จะเข้าร่างทรงก็พอมีได้จริง แต่เปอร์เซนต์การเกิดน้อยมาก (พราหมณ์-ฮินดู ว่าเช่นนั้น)
๙. ให้ระวัง มาร กับ เทพมาร ที่สามารถมีอิทธิฤทธิ์ปาฎิหาริย์ไม่ต่างจากเทพแท้ได้ เราเคยอ่านว่ามีพระที่สื่อสารทางจิตได้ ซึ่งเราจำไม่ได้ว่าพระนี้ขอจากใคร กล่าวคือ มาร หรือ เทพมาร ช่วยแปลงตนเองให้พระท่านดูหน่อยว่าพระพุทธองค์ท่านมีลักษณะอย่างไรหลังปรินิพพาน (เพราะมาร หรือ เทพมารตนนี้ บอกว่าเคยเห็นพระพุทธองค์ว่าเป็นอย่างไร) ซึ่งพอแปลงให้ก็เป็นแบบพระพุทธองค์ที่มีฉัพพรรณรังสีสวยสดงดงามมาก จนพระก้มลงกราบเพราะหลงคิดว่าเป็นพระพุทธเจ้าจริงไปแล้ว ต่อมาผู้ที่แปลงร่างนี้ ก็ตำหนิพระว่าอย่ามากราบตนเพราะเขาไม่ใช่พระพุทธเจ้า เดี๋ยวเขาบาป (มาร หรือ เทพมาร ที่ไม่ได้คิดร้ายต่อพระพุทธเจ้าก็มี แต่จะนับถือหรือไม่ ก็อีกเรื่อง)
๑๐. เครื่องรางของขลัง แม้แต่องค์พระห้อยคอ ฯลฯ ต่อให้คุณมีครอบครองอยู่จริง จงอย่าไปยึดติดกับวัตถุพวกนั้นเลย “ธรรม” ของพระพุทธเจ้าต่างหากที่คุณสมควรยึดมาปฏิบัติให้มาก แต่ก็ไม่ให้ยึดติดเช่นกัน เพราะธรรมนี้ก็เป็นดั่งบันไดให้ชาวพุทธเดินทางเพื่อให้สู่แดนนิพพานนั่นเอง
๑๑. เราอยากเชิญชวนทุกท่านที่ได้อ่านเรื่องนี้ หรือเรื่องของใครก็ได้ที่มีประสบการณ์ในทางธรรม ขอให้คุณมาสวดมนตร์ ถือศีล ๕ นั่งสมาธิเจริญภาวนากันให้มาก อย่าคิดว่าเดี๋ยวค่อยทำ หรือเป็นผู้อาวุโสค่อยทำ กว่าจะถึงเวลานั้นก็ช้าเกินไป หรือบางคนอาจเสียชีวิต หรือประสบภาวะพิกลพิการสมองไม่อยู่ในภาวะปกติที่จะเจริญธรรมได้อีกแล้ว ได้แต่รอคอยความตาย หรือรอแต่เศษบุญที่คนอื่นจะทำส่งให้ภายหลังตายแล้วเท่านั้น ดีไม่ดีบางคนก็ไม่ทำบุญให้ผู้ที่ตายไปเพราะคิดว่าตายแล้วสูญ เป็นต้น
ขอฝาก ธรรมบท ๒๕/๒๐ ว่า “มารดา บิดา หรือญาติอื่นๆ ทำความดีบางชนิดให้ไม่ได้ จิตที่ตั้งไว้ชอบแล้ว ทำบุคคลให้ดีได้ยิ่งกว่านั้น”

สุดท้ายนี้หากใครมีข้อสงสัยประการใด หรืออยากร่วมแสดงความคิดเห็น สอบถามเราได้ ถ้าเรารู้เราจะช่วยตอบให้ ถ้าเราไม่รู้ เราจะค้นคว้าหามาให้เพิ่มเติม

เขียนโดย “PNS ผู้ศึกษาธรรมเพื่อมุ่งสู่นิพพาน”
13 วันอาทิตย์ที่ 05 พฤษภาคม 2013 เวลา 17:41 น.
PNS ผู้ศึกษาธรรมเพื่อมุ่งสู่นิพพาน
พันธนาการผูกรัดสัตว์โลก (ขออภัยที่จำชื่อหนังสือที่เคยอ่านไม่ได้ จึงคัดลอกมาไว้ ณ ที่นี้)

พันธนาการที่ผูกมัดนักโทษในเรือนจำของโลกมนุษย์จะเป็นเพียงโซ่ตรวนที่ล่ามไว้เท่านั้น แต่ทว่าพันธนาการที่ร้อยรัดสรรพสัตว์ไว้กับภพทั้ง 3 ก็คือ ตัณหา (ความทะยานอยาก), อาสวะ (กิเลสที่หมักดองสันดาน) และอวิชชา (ความไม่รู้อริยสัจจ์ 4 คือ ทุกข์, เหตุให้ทุกข์เกิด, ความดับทุกข์ และข้อปฎิบัติให้ถึงความดับทุกข์) ซึ่งอกุศลธรรมเหล่านี้นับว่าเป็นพันธนาการที่ผูกมัดสัตว์ได้อย่างเหนียวแน่นยิ่งกว่าโซ่ตรวนใดๆทั้งหมด สมดังพุทโธวาทที่ทรงตรัสขณะเสด็จเยี่ยมอนุโมทนาต่อท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตตเถระ ภายหลังที่พระเถระบรรลุอรหันตมรรค – อรหันตผลได้เข้าถึงสัจธรรมอันสูงสุดแล้ว ดังข้อความต่อไปนี้

“เราตถาคตทราบว่าเธอพ้นโทษจากอันตรทุกข์ในที่คุมขังแห่งเรือนจำของวัฏฏทุกข์ จึงได้มาเยี่ยมอนุโมทนา ที่คุมขังแหล่งนี้ใหญ่โตมโหฬารและแน่นหนามั่นคงมาก และมีเครื่องยั่วยวนให้เผลอตัวและติดอยู่โดยรอบตัวไม่มีช่องว่างจึงยากที่จะมีผู้แหวกว่ายออกมาได้ เพราะสัตว์โลกจำนวนมากไม่ค่อยมีผู้สนใจกับทุกข์ที่เป็นอยู่กับตัวตลอดมา ว่าเป็นสิ่งที่ทรมานและเสียดแทงร่างกายจิตใจเพียงใดพอจะเสาะแสวงหาทางออกด้วยวิธีต่างๆ เหมือนคนเป็นโรคแต่มิได้สนใจกับยา ยาแม้มีมากจึงไม่มีประโยชน์สำหรับคนประเภทนั้น
ธรรมของเราตถาคตก็เช่นเดียวกับยา สัตว์โลกอาภัพ เพราะโรคกิเลสตัณหาภายในใจเสียดแทง ทำให้เป็นทุกข์แบบไม่มีจุดหมายว่าจะหายได้เมื่อไร สิ่งตายตัวก็คือโรคพรรค์นี้ ถ้าไม่รับยาคือธรรมจะไม่มีวันหายได้ต้องฉุดสัตว์โลกให้ตายเกิดคละเคล้าไปกับความทุกข์กายทุกข์ใจ และเกี่ยวโยงเหมือนลูกโซ่ตลอดอนันตรกาล ธรรมแม้จะมีเต็มไปทั้งโลกธาตุก็ไม่สามารถอำนวยประโยชน์ให้แก่ผู้ไม่สนใจนำไปปฏิบัติรักษาตัวเท่าที่ควรจะได้รับจากธรรม ธรรมก็อยู่แบบธรรม สัตว์โลกก็หมุนตัวเป็นกงจักรไปกับทุกข์ในภพน้อยภพใหญ่แบบสัตว์โลกโดยไม่มีจุดหมายปลายทางว่าจะสิ้นสุดทุกข์กันลงได้เมื่อไร”

อริยสัจจ์ว่าด้วยข้อปฏิบัติให้ถึงความดับสนิทของความทุกข์ คือ หนทางอันประเสริฐ อันประกอบด้วยองค์แปด ได้แก่
1. ความเห็นถูกต้อง (ความรู้ความเข้าใจอันดี)
2. ความดำริถูกต้อง (ความคิดดี)
3. ความมีวาจาถูกต้อง
4. ความมีการกระทำทางกายถูกต้อง
5. ความมีอาชีวะถูกต้อง
6. ความมีความพยายามถูกต้อง
7. ความมีการระลึกประจำใจถูกต้อง (สติดี)
8. ความมีการตั้งใจมั่นอย่างถูกต้อง (สมาธิดี)

เขียนความคิดเห็นของคุณ

Very HappySmileWinkSadSurprisedShockedConfusedCoolLaughingMadRazzEmbarrassedCrying or Very SadEvil or Very MadTwisted EvilRolling EyesExclamationQuestionIdeaArrowNeutralMr. GreenGeekUber Geek
ชื่อผู้เขียน:
ความคิดเห็น:
  รหัส
กรอกรหัส:

บทความยอดนิยม

 
Joomla 1.5 Templates by Joomlashack